วันก่อนไปงานขาวดำแม่ของเจ้าหน้าที่อายุ 78 ปี กลับมาบ้านแล้วมานั่งคิดว่า หากเราตายอายุ 78 ปี แสดงว่าอีก 26 ปี เราก็จะต้องจากโลกนี้ไปแล้ว (แอบบอกอายุตัวเอง สำหรับท่านที่ชอบถามว่าอีกนานไหมจะเกษียณ) แต่หากตายเมื่ออายุ 85 ปี เหมือน Ms.White เราก็เหลือเวลาอยู่อีก 33 ปี เหมือนตอนนี้ชีวิตตัวเองเลยกึ่งหนึ่งของชีวิตมาแล้ว (แต่ชีวิตไม่เหมือนเพลง “ครึ่งหนึ่งของชีวิต” ของคุณแอม นะครับ)

วันนี้เดินทางไปราชการที่เมืองหลวง ได้รับทราบข่าวร้ายว่า เพื่อนร่วมรุ่น 2 คนจากไป โดยจากไปอย่างกระทันหัน 1 คน และป่วยเรื้อรัง 1 คน ทำให้ตอนนั่งรถตู้หวนคิดมาอีกครั้งว่า คนที่เรารู้จักคนแล้วคนเล่าจากเราไป ในขณะที่คนที่เรารู้จักใหม่ มีจำนวนน้อยกว่าคนที่คนที่จากลา ชีวิตนี้ช่างไม่แน่นอนเสียเลยทีเดียว

ยิ่งได้ย้ายสำนักงานมาอยู่หน้าหน่วยรักษาศพ เมื่อเดินผ่านไปทำงานหรือว่าเดินผ่านระเบียงชั้น 2 ไปประชุม ก็จะเห็นเข็นเข้า-เข็นออก ตอนออกก็จะมีพระจุงเดินพร้อมสายสิญจน์ออกมาบ้าง บ้างก็มีญาติร้องไห้คร่ำครวญตอนยกโลงขึ้นรถกลับบ้าน บางทีก็คนรู้จัก ญาติ เพื่อน มาเซ็งแซ่หน้าหน่วยรักษาศพ

ชีวิตคนเรานี้เหมือนกับที่พระบอกไว้ว่า “เรามายืมร่างเขาอยู่แปปเดียว แล้วเราก็ต้องคืนเขาไป ส่วนจะได้เกิดใหม่หรือไม่ ก็แล้วแต่บุญกรรมที่เคยสร้างกันมาไว้ หากมีบุญมาก ก็อาจจะไม่เกิดเลย หากพอมีบุญแต่ยังชดใช้กรรมไม่หมด ก็จะเกิดมาเป็นคนอีก แต่หากมีกรรมมาก ชาตินี้ไม่ได้สะสมบุญเพิ่ม ก็อาจจะเกิดไปเป็นอื่นที่อาจด้อยกว่าคน”

มีคำกล่าวว่า “สมบัติผลัดกันชม” น่าจะเป็นจริง เพราะบางคนดิ้นรนแทบตาย เพื่อให้ได้มาซึ่งสมบัตินี้ แต่เราลืมคิดไปว่า เมื่อ 500 ปีก่อน สมบัติที่เรามีอยู่เป็นของใครไม่รู้ แต่จู่ ๆ ก็มาเป็นของเรา และอนาคตก็จะเป็นของใครก็ไม่รู้เช่นกัน รวมถึงตำแหน่งงานที่เราครองอยู่ทุกวันนี้ก็เหมือนกัน

แต่บางทีการปลงมากเกินไปจะทำให้ตัวเราเองเกิด “ภาวะเฉื่อย” ทำให้เกิดภาวะหมดกำลังใจออกมาดื้อ ๆ ทำให้ไม่ยินดียินร้ายต่อเหตุการณ์ ไม่สนใจขวนขวาย เพราะคิดว่าอีกหน่อยก็จะตายแล้ว หาไปทำไมมากมาย ฉะนั้น คำว่า “เดินสายกลาง” Moderation in all things จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของชีวิตนี้

หากเหลือเวลาอีก 33 ปี เหมือนหม่อมแม่ Ms.White มีแนวทางของตัวเอง ที่ทำให้หลายคนมองว่าเป็นคนสบาย ๆ ไม่ทุกข์ ไม่ร้อน ซึ่งตัวเองพยายามหลีกเลี่ยงรับเกียรติยศที่มาแล้วทำให้ตัวเองลำบากใจ

หวังว่าเพื่อนสองคนที่ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว คงจะสบาย ใจบางเบา แม้ว่ามีห่วงอยู่ด้านหลัง แต่ก็ทุกข์ใจไป ก็ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว ล่วงหน้าไปก่อนนะครับ เมื่อถึงเวลาก็จะตามไป
หากจะชื่นชมใคร อย่าชื่นชมกัน เพราะ
1. ย้ายงาน
2. ลาออก
3. เกษียณ
4. ตาย
จงชื่นชมกันในขณะที่เขายังรับรู้และอยู่กับเรานี่แหละ สำคัญที่สุด

เขียนโดย สีไท

ติดตามบทความอื่นๆ ได้ที่ https://w2.med.cmu.ac.th/suandok-variety/