สุดยอด “ลาบ” รสเด็ดซอยวัดร่ำเปิง ลาบลุงน้อย

ลาบนัวๆ ตำอีสาน ไส้หอมเด็ดมาแล้ว จ้า….เราขอรับประกันว่าเมื่อคุณได้ชมภาพด้านล่างนี้จะทำให้คุณกลืนน้ำลายเอื๊อกกกตามๆกัน ก็เพราะเรากำลังยั่วให้คุณน้ำลายไหล……. ด้วยภาพที่จะทำร้ายความหิวระดับ 10 ใครที่กำลังอยากกินลาบนัวๆ ส้มตำแซ่บๆ ไส้ย่างหอมกรุ่น ไปจนถึงทรวง รีบตามมาอ่านกัน เพราะวันนี้เราจะพาไปจัดหนัก จัดเต็มส้มตำรสแซ่บ ลาบเด็ดๆ ไส้หอมๆ ในแบบฉบับคนเมืองเหนือแท้ๆ……. กันที่ “ร้านลาบลุงน้อย” ถ้าคุณพร้อมจะไปรับการยั่วชวนน้ำลายไหลแล้วก็ไปชมกันได้เลย….

“ลาบลุงน้อย” ถือว่าเป็นที่รู้จักของนักศึกษามช. และชาวร่ำเปิง อยู่ไม่ไกลจากวัดอุโมงค์ ร้านเปิด เวลา 12.00 น. – 21.00 น. ร้านลาบลุงน้อย เริ่มทำธุรกิจมาจากการขายหมูปิ้ง เนื้อปิ้ง ไข่ปิ้ง ตั้งแต่ไม้ละ 3 บาท พัฒนาและปรับปรุงสูตรมาเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นร้านลาบลุงน้อยในปัจจุบัน โดยปัจจุบันมีการเพิ่มเมนูอาหาร และทำกันเป็นธุรกิจครอบครัว ปัจจุบันลูกสาวและลูกเขยของลุงน้อย เป็นผู้ดูแลกิจการ ลูกเขยชื่อพี่กบ พี่กบบอกว่าร้านมีเพียงสาขาเดียว จุดขายของร้านคือการบริการที่เป็นกันเอง ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนนั่งทานกับข้าวอยู่ที่บ้าน ลูกค้าประจำคือ นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมถึงนักศึกษาเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่

เนื่องจากร้านลาบลุงน้อยตั้งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ช่วงเที่ยงๆนักศึกษาจะเยอะมาก และช่วงที่มีกิจกรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะมีทั้งศิษย์เก่ามช. และนศ.ที่เรียนอยู่ มารับประทานอาหารที่ร้านเป็นจำนวนมาก สำหรับราคาอาหาร ที่นี่ก็จำกันง่ายๆ เมนูทุกอย่าง (ลาบ ส้า ต้มแซ่บ แกงอ่อม) ราคาเท่ากันคือ 50 บาท แต่พวกของย่างเสียบไม้ (หมูปิ้ง เนื้องปิ้ง ไส้ปิ้ง )ราคา ไม้ละ 7 บาท แต่ต้องสั่งทีละ 5 , 10 , 15 , 20 ไม้ต่อจาน สามารถคละได้ ส่วนเมนูส้มตำราคาเริ่มต้นที่ 30บาท เท่านั้นเอง

สำหรับในวันนี้ เราเริ่มต้นด้วยเมนูเด็ดประจำร้านกันเลย ลาบหมูคั่ว ไส้ปิ้ง ไข่ปิ้ง เนื้อปิ้ง แก่งอ่อมหมู และจิ้นส้มหมูปิ้ง หอมๆร้อนๆ กันเลย ดีนะที่ร้านนี้เขาเสิร์ฟกันแบบจานเล็กๆ ขนาดพอเหมาะแบบว่ากินกัน 2 – 3 คน ถ้าเสิร์ฟกันมาแบบจานใหญ่ๆ มีหวังว่าโต๊ะนี้จะมีที่วางไม่พอ แต่ถึงจานจะขนาดเล็กพอเหมาะ แต่ปริมาณอาหารทุกเมนูไม่ได้น้อยตามขนาดจาน เสิร์ฟกันมาให้อย่างเน้นๆ เมนูปิ้งย่างอย่างเช่น ไส้ปิ้ง เนื้อปิ้ง หมูปิ้ง ราคาเพียงไม้ละ 7 บาท แต่รสชาติและความอร่อยนี่เหลือร้ายจริงๆ ต้องยกนิ้วให้ ขนาดและคุณภาพของวัตถุดิบ รวมถึงกลิ่นไอของความปิ้งย่างและน้ำจิ้มที่นำมาราดอร่อยแซ่บลงตัวอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งกินพร้อมกับข้าวเหนียวร้อนๆ พูดแล้วน้ำลายซอกันเลยทีเดียว

ร้านลาบลุงน้อย ถึงแม้จะไม่มีลุงน้อยแล้ว แต่ที่นี่ก็ยังมีลูกสาวและลูกเขยของลุงน้อยที่ยังดำเนินสืบทอดกิจการ ต่อมา เรียกได้ว่าเป็นกิจการภายในครอบครัว ที่เอาญาติมาช่วยกันทำสืบทอดกิจการ มีการให้บริการลูกค้าดุจญาติมิตร ลาบทุกจานที่เสิร์ฟให้ลูกค้ากินนั้น ล้วนมาจากฝีมือและใจในการทำ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมร้านลาบลุงน้อยแห่งนี้ ลูกค้าแวะเวียนมาใช้บริการกันเยอะมาก หากใครอยากไปทานหรือชิม ก็อาจจะต้องรอกันหน่อย เพราะของอร่อยต้องใจเย็นกันนะจ๊ะ