เมื่อเราเป็นเจ้าภาพหรือแขกในงานทานสลากภัต (ตานก๋วยสลาก)

           บางหมู่บ้านจะมีการทานสลากภัต(ตานก๋วยสลาก , กิ๋นสลาก)เป็นประจำทุกปี โดยมากจะมีการถวายทานในวันออกพรรษาหรือหลังวันออกพรรษา ซึ่งหมู่บ้านที่มีการทานสลากภัตเป็นประจำก็จะไม่ตื่นเต้นกันสักเท่าไหร่ แต่มีบางหมู่บ้าน นานทีปีหนจะทานสลากภัตกัน เช่น หมู่บ้านของตัวเอง ตั้งแต่ผู้เขียนจำความได้ไม่เคยมีการทานสลากภัตเลย ปีนั้น หัวหน้าชุมชนหรือหัวหน้าบ้าน (บางทีก็เรียกว่า ผู้ใหญ่บ้าน) ก็จะประกาศว่าปีนี้หมู่บ้านของเราจะทำการทานสลากภัต (กิ๋นสลาก) ผู้คนในหมู่บ้านก็จะตื่นเต้นกันมาก บอกลูกบอกหลานทั้งที่อยู่ในหมู่บ้านหรือต่างถิ่นแต่เนิ่น ๆ เพื่อเตรียมกำลังกาย กำลังใจและกำลังทรัพย์ เพื่อมาช่วยงานกันอย่างพร้อมเพรียง โดยงานจะมี 2 วัน คือวันดา(วันเตรียม) กับวันตาน(วันทาน) แต่บางบ้านอาจจะต้องเตรียมการหลายวันกว่านี้ โดยเฉพาะบ้านที่คิดว่าจะมีแขกเหรื่อมากันมาก

หากเราเป็นเจ้าภาพ เราควรทำอย่างไร

​              กรณีเราเป็นเจ้าภาพ อันดับแรกคิดว่าต้องเตรียมพื้นที่บ้านของตัวเองให้สะอาด เหมาะสำหรับการต้อนรับแขก วันดา เราต้องเตรียมก๋วยสลาก ไว้ให้เห็นเด่นชัด พร้อมกับสลุงเพื่อรับเงินร่วมทำบุญ อาจจะต้องเตรียมซองจดหมายและปากกา สำหรับให้แขกมาร่วมทำบุญ กรณีที่ไม่ต้องการเปิดเผยตัวเลขการทำบุญ นอกจากนี้ต้องเตรียมอาหารการกิน เพื่อต้อนรับแขกที่จะมาทำบุญร่วมกับเรา อาหารที่เราเตรียมต้องชวนรับประทาน ได้แก่ ลาบหมู ลาบควาย ลาบวัว ลาบไก่ (หากเป็นลาบดิบ ควรทำให้สุกก่อนรับประทานเสมอ) แกงอ่อม น้ำพริก ของขบเคี้ยว เช่น มันทอด ข้าวแตน เมี่ยง ฯลฯ ที่ขาดเสียไม่ได้ก็คือเครื่องดื่มทั้งที่มีแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ แม้พระท่านว่าจะทำบุญหรือทำบาป ก็ไม่ว่ากัน หากไม่มีแล้ว แขกที่สนิทกันจริง ๆ ก็อาจว่าเป็นการต้อนรับที่ขาดอะไรไปสักอย่างหนึ่ง (ในความคิดเห็นของผู้เขียนก็ไม่แนะนำเรื่องการใช้แอลกอฮอล์ในการรองรับสักเท่าไหร่) ​เวลามีแขกมาถึงบ้าน ต้องเชิญขึ้นบ้าน แขกก็จะมาทักทายปราศรัยกัน แล้วมอบซองร่วมทำบุญหากไม่ได้เอาซองมา ก็จะใส่ในสลุงที่เจ้าภาพเตรียมไว้ เจ้าภาพก็เริ่มทยอยเอาอาหาร เครื่องดื่ม มาให้แขกได้รับประทาน พูดคุยกันไป ช่างเป็นภาพที่ไม่ค่อยเห็นในสังคมใหญ่ ๆ อ้อ เจ้าภาพต้องจดบันทึกไว้ว่าแขกท่านไหนมาช่วยทำบุญเท่าไหร่ อีกหน่อย หากบ้านแขกมีงาน เราก็ต้องไปตอบแทนเขาด้วยเช่นกัน และไม่ควรจะใส่ซองจำนวนไม่น้อยกว่าตอนที่เขามาทำบุญกับเรา

​หากเราเป็นแขก เราจะทำอย่างไร ​

กรณีเราเป็นแขก เราต้องประมาณว่าเราจะไปร่วมทำบุญสักกี่บ้าน เช่น รู้จักกัน 5 ครัวเรือน เราก็ต้องเตรียมซองไปประมาณ 7 ซอง เพราะอีก 2 ซองอาจไปเจอคนที่(ดัน)รู้จักเพิ่มขึ้นครับ การใส่ซองก็แล้วแต่กำลังทรัพย์ แต่มีกฏ(ไม่ตายตัว)ว่า บ้านไหนเราไปนั่งนาน สนิทกันมาก เราก็ต้องใส่ซองจำนวนเงินมากหน่อย หากเราไปนั่งไม่นานหรือไม่ค่อยสนิทกันมากนัก เราก็ใส่ซองลดลงมาก หากไปเจอคนรู้จักที่ไม่ได้เตรียมตัวมาจริง ๆ เราก็อาจขอซองจากเจ้าของบ้านหรือร่วมทำบุญลงในสลุงเลยก็ได้นะครับ ​บ้านผู้เขียนเคยกิ๋นสลากเมื่อประมาณ 20 ปี ก่อน ตื่นเต้นและสนุกกันมาก เพราะบ้านจะมีคนมาร่วมทำบุญเยอะมาก ถามแม่ว่ากิจการก๋วยสลากเป็นอย่างไรบ้าง แม่บอกว่า “ค่าซื้อปัจจัยในการเตรียมทำก๋วยสลากหมดเกือบ 2 พันบาท มีผู้ร่วมทำบุญประมาณ 3 พันบาท แต่แม่หมดเงินในการตานก๋วยสลากเกือบหมื่น สรุปแม่จ่ายเกินไป 7 พันบาท แต่สิ่งที่ได้รับมาก็คือความอิ่มเอาใจในการทำบุญ พร้อมกับมิตรไมตรีที่ดีงามประเมินค่าไม่ได้นะครับ ​สลากที่เราไปทานมีสองอย่าง คือ สลากจู้(จู้ = นำสลากไปถวายพระหรือให้โดยที่เราเลือกแล้ว อยากจะถวายกับพระรูปไหนก็สามารถทำได้เลย และสลากปล่อยหรือสลากโจค(โชค) (ปล่อย = นำใบรายชื่อคณะศรัทธา พร้อมกับอุทิศไปหาผู้ที่วายชนม์หรือถวายเป็นปัจจัยภายภาคหน้า ไปรวมกัน แล้วคณะกรรมการดำเนินงานหรือกรรมการวัดจะแจกใบที่มีรายชื่อคณะศรัทธาให้กับพระวัดต่างๆ พระก็จะนำใบรายชื่อที่ได้รับนั้นวางตรงหน้าที่นั่งตัวเอง เพื่อให้เจ้าของสลากเป็นผู้ตามหา เมื่อพบแล้วแล้วจึงจะถวายก๋วยสลากให้กับพระรูปนั้น) ทั้งสลากจู้และสลากปล่อยมักเป็นข้าวสารอาหารแห้ง และมียอดปัจจัย(เงิน)ในซอง ซึ่งเมื่อพระได้รับสลากแล้วจะให้ศีลให้พร คณะศรัทธากรวดน้ำอุทิศไปหาผู้วายชนม์ รวมถึงถวายเป็นปัจจัยให้ภายภาคหน้า ใกล้วันออกพรรษาแล้ว พร้อมในการถวายสลากภัตหรือยังครับ

​