วันนี้ขับรถตระเวนไปเส้นคันคลองชลประทานมุ่งไปทางสนามกีฬาเจ็ดร้อยปีหาข้าวเที่ยงกินเพราะนึกได้ว่าแถวสนามม้าหนองฮ่อในปัจจุบันมีร้านอาหารเยอะแยะ น่าจะมีสักร้านที่โดนใจ ขับไปเรื่อย ๆ พอถึงแยกไฟแดงที่มีป้ายแขวนชี้ว่าเลี้ยวขวาไปสวนหลวง ร.9 ก็เลี้ยวไป ขับชิดซ้ายช้า ๆ ดูป้ายชื่อร้านฝั่งขวาไปเรื่อย ๆ ไปสะดุดตาเอาคือ “เฮือนอีสานล้าน%” ก็จอดรถข้างถนนฝั่งซ้ายแล้วเดินข้ามถนนไปยังร้าน เห็นมีคนนั่งอยู่โต๊ะเดียวก็ใจชื้น คิดว่าไม่ต้องรอนาน
นั่งโต๊ะแล้วดูเมนู โอ้โฮ รายการเยอะแยะ ดูแล้วอีสานล้านเปอร์เซ็นต์ เช่น ซกเล็กขม-มะนาว ก้อยขม-มะนาว แต่เราสั่งส้มตำปู ลาบเป็ด ต้มแซบเอ็นหมูแก้ว และข้าวเหนียวสองกระติ๊บ
ส้มตำใช้มะละกอสับเป็นเส้นขนาดใหญ่พอดี บุบพอดี รสชาติจัดจ้าน ปูมีความเค็มเล็กน้อย ฟังดูน่าจะเหมือนส้มตำทั่ว ๆ ไป แต่ไม่ใช่ เวลากินส้มตำนี่นอกจากความกลมกล่อมจากการประสานรสเปรี้ยวจากมะนาวแท้และรสหวานจากน้ำตาลปี๊บแล้ว ดิฉันจะดูลักษณะเส้นมะละกอด้วย บางร้านเส้นใหญ่ไปจะแข็งเกินเคี้ยว เส้นเล็กไปก็ช้ำ แต่ร้านนี้ดิฉันว่าทั้งรสชาติและองค์ประกอบใช้ได้เลย
ลาบเป็ดก็รสชาติอีซ้านอีสาน ว่าไปแล้วน่าจะบอกได้ว่าอาหารอีสานทำง่ายกว่าอาหารเหนือ เพราะมีองค์ประกอบไม่กี่อย่างมาผสมกัน แต่จานนี้มีดีกว่าที่เคยกินที่อื่นมาเพราะร้านเขาใส่เนื้อเป็ดสับไม่อั้น เนื้อนุ่ม ไม่เหนียว กินได้เต็มปากเต็มคำ ข้าวเหนียวก็นุ่ม ให้มาเต็มกระติ๊บ
ชามสุดท้ายคือต้มแซบเอ็นหมูแก้ว ให้มาเต็มชาม ที่ดิฉันถูกใจคือใส่ไส้อ่อนกับตับหมูมาด้วย ครบเครื่อง พอดูราคาแล้วไม่น่าเชื่อ จานละ 60-80 บาท
ร้านนี้ทำกันสองคนน่าจะเป็นสามีภรรยา ทราบว่ามาจากร้อยเอ็ด มิน่าลาบเป็ดถึงอร่อย แต่ใครจะไปกินคงต้องทำตัวลูกทุ่งหน่อยเพราะร้านไม่มีห้องแอร์ ถามเขาว่ามีคนกินเยอะไหม เขาก็ว่าเป็นบางวัน ที่ถามเพราะเจ๊เขาทำเองเสิร์ฟเอง ถ้าคนเยอะอาจต้องรอ แต่ร้านก็ทันสมัย ค้นกูเกิลแมพก็เจออยู่
ก่อนกลับ ดิฉันยังสั่งใส่ถุงกลับบ้านอีก 3 อย่าง เย็นนี้ไม่ทำกับข้าวละ เป็นคนอีสานสักวัน