เขียนโดย Siri Kik
ตอนที่ 1
ปลายปีที่แล้วได้มีโอกาสไปละลายทรัพย์ (อันน้อยนิด) ใน 2 เมืองใหญ่ยอดนิยมของประเทศออสเตรเลีย ดินแดนสัตว์พื้นเมืองแสนน่ารักแปลกตา ความงดงามของธรรมชาติ สถาปัตยกรรม และศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลาย ตลอดจนร้านกาแฟที่ตระเวนชิมทั่วเมือง แทบข่มตานอนไม่หลับกันเลยทีเดียว
เดินทางจากสุวรรณภูมิ แลนดิ้งสู่สนามบินคิงฟอร์ดสมิทธ์ แห่งมหานครซิดนีย์ เมืองเอกรัฐนิวเซาท์เวลส์ มาเยี่ยมเพื่อนก่อนเลยจ้า หมีโคอาล่า ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ที่นอนเยอะที่สุด ในแต่ละวันนอนได้ถึง 22 ชั่วโมง! #อิจฉา นอกจากพวกหมีจิ๋วแล้วก็ยังมีจิงโจ้ (สัญลักษณ์ของประเทศออสเตรเลีย) วอมแบท วอลลาบี้ ซึ่งพวกนี้เห็นได้ทั่วไปตามพื้นที่ป่าข้างทางเสมือนสุนัข แมว บ้านเราเลย
เยี่ยมเพื่อนเสร็จ แวะมาเช็คอินจุดที่สำคัญอีกหนึ่งของซิดนีย์ หนีไม่พ้นบริเวณสวนสาธารณะเดอะแก็ป ที่ด้านหน้าเป็นอ่าวซิดนีย์ ฉากหลังเป็นโรงละครโอเปร่า เฮ้าส์ มรดกโลกปี พ.ศ. 2550 โดดเด่นด้วยหลังคารูปเรือซ้อนกันแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัย และสะพานฮาร์เบอร์ เชื่อมต่อระหว่างซิดนีย์ทางด้านเหนือกับตัวเมืองซิดนีย์เข้าหากัน ที่เป็นสัญลักษณ์ของนครซิดนีย์นั่นเอง
ความงามตามธรรมชาติของเมืองซิดนีย์ นอกจากอุทยานแห่งชาติบลูเม้าท์เท่นส์ และเทือกเขาสามอนงค์อันโด่งดังแล้ว ซิดนีย์ยังมีหาดทรายสีขาวสะอาด และเป็นที่นิยม ชื่อว่า หาดบอนได โดยหนุ่มสาวชาวออสซี่มักใช้เวลาในวันหยุด หรือยามเย็น เดินเล่น ออกกำลังกาย เล่นกระดานโต้คลื่น หาดทรายแห่งนี้ยังได้เป็นเส้นทางในการวิ่งมาราธอน และวอลเล่ย์บอลชายหาดในครั้งงานกีฬาโอลิมปิก ปี 2000
จากมหานครซิดนีย์ เดินทางต่อโดยสายการบินในประเทศ มายังเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก 7 ปีซ้อน (2011-2017) นั่นก็คือ เมลเบิร์น เมืองหลวงแห่งรัฐวิคตอเรีย และนั่งรถตามเส้นทางสายเกรทโอเชี่ยนโร้ดแบบเต็มสาย จะเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของชายฝั่งมหาสมุทร และหาดทรายต่างๆ ตลอดจนป่ายูคาลิปตัสระหว่างทางที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ตามธรรมชาตินานาชนิด เป็นเส้นทางหนึ่งที่งดงามของออสเตรเลีย
พอถึงพอร์ตแคมเบลล์ แนะนำให้จับจองขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ราคาประมาณ 145 เหรียญออสเตรเลีย เพื่อชมปรากฎการณ์ธรรมชาติของหินสิบสองสาวกศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์ หรือ Twelve Apostles ซึ่งถือว่าเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด
(โปรดติดต่อตอนต่อไปค่ะ)
ติดตามบทความอื่นๆ ได้ที่ https://w2.med.cmu.ac.th/suandok-variety/