หม้ออบลมร้อน

นับตั้งแต่รับคุณโควิดมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทำให้สมองถูกบล๊อค เหมือนจะมีงานทำแต่ก็ไม่มีงานทำ บอกไม่ถูก โชคดีที่ไม่ได้ Work From Home (WFH) แต่ Work From Hospital วันหยุดทำให้มีเวลาเขี่ยมือถือไป-มา มากกว่าเวลาปกติก่อนโควิดมาเยือน ประจวบกับอากาศร้อนมาก หลังจากฝนตก BIG HA แล้ว ทำลาย PM2.5 ไปจนหมดสิ้น ทำให้ตัวกรองรังสี UV หายไป ช่วยให้พระสุริยันได้ฉายแสงอวดโฉมชาวโลก และทำงานหนักตั้งแต่ เกือบ 6 โมงเช้าจนถึงทุ่มนิด ๆ

เขี่ยมือถือไปมา เหมือน Ms.White บอกว่า “ตาหันก็ตัณหา” มีแต่โฆษณา POP UP ขึ้นมาหลายอย่าง โดยนำโด่งมาก็คือสินค้า Online และที่กำลังฮิตก็คือ หม้ออบลมร้อน ซึ่งมีมานานแล้ว เหมือนกระทบอบไฟฟ้า แล้วตั้งเวลาได้ ตั้งอุณหภูมิได้ แต่มาเพิ่มชื่อใหม่เป็น หม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) ที่มีขนาดต่างๆ และมีสีสันภาชนะน่าใช้ก็แค่นั้น ที่จริงไม่ได้ทอดหรอกครับ เพียงแต่ใช้ลมร้อนอบเพื่อให้อาหารสุก

เขี่ยมือถือไปมามีหลายยี่ห้อให้เลือก และมีหลายขนาดตั้งแต่ 2 ลิตร ไปจนถึง 5.5 ลิตร แบบอบไก่ได้ทั้งตัว(เขาว่านะ ไม่เคยอบซักที) เลยจัดเต็มไปสั่งของแบรนด์ของจีนมาเลย คู่มือของจีน และปลั๊กก็แบบจีน ซื้อมาแล้วต้องหาปลั๊กแปลงขาเสียบอีก โชคดีที่บ้านมีไว้ 1 อัน เลยไม่ต้องซื้อใหม่ ขนาด 5 ลิตร (ที่ใส่ไม่ได้ขนาด 5 ลิตร แต่หม้อขนาด 5 ลิตร…งงเหมือนกัน)

ทำรายการอาหารได้เยอะมาก แบบอบๆ นะครับหากไม่คิดมาก เห็ดอบ แครอท-อบ ปลาทูอบ(ไม่ทอด) ซึ่งมีข้อดีคือไม่ต้องใช้น้ำมันในการทอด แต่อาจจะเปลืองไฟนะครับ เพราะที่ซื้อมาขนาด 1,300 วัตต์ ยี่ห้ออูฐ Camel อ้อ หากจะซื้อมาดูดี ๆ นะครับ จะมีแบบระบบ Digital ตั้งอุณหภูมิแบบละเอียดได้ หรือแบบหมุน ตั้งอุณหภูมิตามการหมุน ครับ ด้วยเป็นคนมือหนัก ปากหนัก เลยต้องใช้แบบหมุน อาจจะเสียได้ยากนิดหน่อย

วันนี้อยากกินหมูกรอบ (เจ็บใจนักเวลาไปกินหมูกรอบเจ้าอร่อย มีดของท่านใยคมเยี่ยงนี้ สามารถเฉือนหมูกรอบได้บางมาก จนกินเนสบุ๊คจะออกหนังสือรับรองให้) เลยไปซื้อหมูสามชั้นที่ห้างแห่งหนึ่งย่านเลยบ้านไป ได้หมูสามชั้น เลือกหนังหมูบาง ๆ แต่เนื้อหนาหน่อย แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นๆ พอใส่ในหม้ออบลมร้อนได้ ล้างน้ำให้สะอาด แล้วทำการต้มหมูในน้ำร้อนเดือด พอให้หนังสุก เนื้ออาจจะสุกหรือไม่ก็ได้ แล้วแต่คนชอบ ต้มประมาณ 10 นาที

นำหมูสามชั้นที่ต้มสุกแล้ว วางบนจานหรือเขียง แล้วใช้ส้อมหรือไม้แหลม ๆ แทงด้านชั้นหนังหมูให้เป็นรู ๆ ให้รูถี่ ๆ นิดหน่อย ยิ่งรูเยอะ ยิ่งกรอบมาก หลังจากนั้นก็นำเกลือแล้วน้ำส้มสายชูมาผสมกัน (บ้างก็ใช้น้ำปลาแทนเกลือ แล้วแต่สูตรใครก็สูตรใคร) นำน้ำส้มสายชูที่มีเกลือผสม ทาด้านหนังหมูให้ทั่ว หลังจากนั้นก็พลิกเอาหมูสามชั้นด้านหนังหมูลงคลุกกับน้ำส้มสายชูปนเเกลือ ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที เพื่อให้หนังหมูนุ่ม

เมื่อได้เวลาก็ใช้มีดบั้งหมู (บั้ง หมายถึง การคมมีดผ่าหมูให้ผิวหนังแยกจากกัน แต่ไม่ให้ขาด) เพื่อแยกหมูออกเป็นส่วน ๆ ให้สวยงาม อัญเชิญหมูสามชั้นลงในเตาอบลมร้อน ตั้งเวลาไว้ 30 นาที อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส (ดีนะที่รัฐบาลช่วยค่าไฟเดือนสุดท้าย มิงั้น มีเคืองหมู) ครบเวลาแล้วก็ดึงหม้อออกมาดู หากคิดว่าเนื้อหมูไม่สุกก็พลิกด้าน อบด้วยความร้อน 200 องศาเซลเซียส อีกประมาณ15-20 นาที (บอกเวลาประมาณนี้นะครับ เพราะแล้วแต่หั่นหมูว่าจะใหญ่หรือเล็ก)

เมื่อครบเวลาจะได้หมูกรอบที่หนังกรอบมาก เนื้อหมูสุกพอดี ทานได้เลย อ้อ บางตำราจะให้นำหมูสามชั้นไปทอดอีก แต่ผมไม่แนะนำให้ทอด เพราะว่าเราต้องการทอดหรืออบแบบไร้น้ำมัน ก็ควรจะอบแห้งจะดีกว่า เมื่อนำหมูกรอบออกมาแล้ว ใต้ตะแกรงจะมีน้ำมันหมูออกมาเยอะมาก (น่าดีกลัว) เราสามารถนำน้ำมันหมูไปทอดหรือผัดอย่างอื่นได้สบาย

บ้างก็ว่าซื้อกินคุ้มค่ากว่า แต่บางที หากมันว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไร ดีกว่านอนหรือนั่งโง่ ๆ ไปวัน ๆ (ด่าตัวเอง) ก็ลองหาอะไรทำดีกว่านะครับ

สีของหนังหมูอาจจะไม่สวยมาก เนื่องจาก The first time for me

เขียนโดย สิไท

ติดตามบทความอื่นๆ ได้ที่ https://w2.med.cmu.ac.th/suandok-variety/

Via:
Tags: