ราว 30 ปีก่อน หนุ่มน้อยคนหนึ่งเลือกใช้ทุนในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย เหตุผลง่ายๆอยากไปดูลิเก อยากเรียนรู้วิถีชีวิตคนภาคกลาง สนุกสนานมากครับ เล่าได้ไม่รู้จบ จับฉลากเสร็จพักบ้านเพื่อน 1 คืนที่วงเวียนใหญ่ พ่อเพื่อนเป็นหมอฟันแผนจีน มื้อเย็นวันนั้นอาหารที่แม่เพื่อนทำให้กิน อร่อยมาก ถึงวันนี้ยังไม่เคยเจอเพื่อนคนนี้อีกเลย วันรุ่งขึ้นจับรถไฟที่หัวลำโพงสถานีปลายทางไปจังหวัดพิจิตรครับ ลงรถไฟถาม ลุงแถวนั้นเพราะมาครั้งแรก ลุงท่าทางนักเลงชี้บอกทาง“ไอ้หนุ่ม หลังสถานีมีท่าเรือนั่งไปฝั่งโน้นให้สามล้อไปส่ง”…12 ปีที่โรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดพิจิตร ได้ประสบการณ์เข้มๆมากมาย ขอบคุณเพื่อน พ้องน้องพี่ที่สนุกด้วยกันได้ช่วยเหลือกัน จนบัดนี้ก็ยังเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน ขอบคุณจังหวัดพิจิตร ขอบคุณคนพิจิตรครับ
กิ่งอำเภอวังทรายพูนด้วยจำนวนประชากรไม่ถึง 2 หมื่น จากตัวเมืองราว 30 กิโลเมตร มีโรงพยาบาลขนาด 10 เตียงพึ่งสร้างเสร็จได้ 2 ปี ล้อมรอบด้วยทุ่งนา วันที่ไปช่างแห้งแล้งเหลือเกิน แดดเต้นระยับ ตอนนั้นมีแพทย์อยู่แล้ว 1 คน เรามาเป็นคนที่สอง พี่ผู้อำนวยการดีใจมากที่เรามาอยู่ด้วย สมัยนั้นแพทย์อยู่กัน 1-2 คนเป็นเรื่องปกติ ใครมี 3 ก็หรูแล้ว เงินเดือน 4 พันมีทอน ค่าเบี้ยเลี้ยงนานๆตกเบิกเดือนละ 2 พัน ไม่มีค่าอยู่เวรครับ อยู่เวรเหมือนเป็นหน้าที่ เราสลับกันอยู่คนละสัปดาห์ บางโรงโหดหน่อยก็คนละครึ่งเดือน ตลาดกลางคืนยามนั้นมีเพียงแสงไฟส่องถนนที่ไร้การเคลื่อนไหว มื้อเย็นไม่มีร้านขายอาหารด้วยไม่มีคนซื้อ มีเพียงร้านขายของชำเล็กๆที่แง้มประตูไว้พร้อมปิดถ้าเจ้าของง่วงนอน การตั้งวงสรวลเสเฮฮาจิบยาดองยามเย็นในเขต บ้านพักเป็นเรื่องปกติ เป็นความสุขที่พวกเราพร้อมใจกันจัดเสริฟพร้อมเมนูอาหารพิเศษตามฤดูกาล กิจกรรมสนุกๆทุกเสาร์อาทิตย์จึงเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนนัดแนะ กลายเป็นออกพื้นที่ชุมชนโดยไม่รู้ตัว สรุปได้ภายหลังว่าถ้าได้ใจชาวบ้านแล้วทุกอย่าง มาเอง ที่ประทับใจครั้งหนึ่งคือเดินทางทะลุข้ามไปเขตอำเภอเนินมะปราง จ พิษณุโลก พื้นที่รอยต่อ เป้าหมายคือถ้ำพระ ตำบลชมพู สมัยที่ยังไม่เป็นที่รู้จักทั่วไป ถ้าเป็นสมัยนี้คงเรียก unseen เป็นถ้ำที่มีลำธารไหลในถ้ำเช่นเดียวกับถ้ำขุนน้ำนางนอน มีคนบอกถ้ำลึกสองวันเดินทางทะลุปากถ้ำอีกทาง สิ่งมีชีวิตทุกอย่างในถ้ำล้วนไม่มีตา โอ้โหแบบนี้ไม่ไปไม่ได้ วันที่เราไปประหนึ่งเราค้นพบถ้ำเป็นคนแรก ไร้ผู้คน ไร้ซึ่งสิ่งใดๆที่คาดว่าจะเกิดจากฝีมือมนุษย์ ยกเว้นอักษรอะไรบาง อย่างที่ไม่เข้าใจความหมายที่ปากถ้ำ เดินทางเข้าไป มีขึ้นมีลง มีคลาน สักชั่วโมง จะพบลำธาร เดินลุยไปเรื่อยๆเห็นปลาวิ่งไปมา แมลงที่ไม่รู้จัก ตะขาบที่ดูแล้วท่าทางไม่รู้จักเราเช่นกันจนถึงความลึกราวหน้าอก ต้องถอยกลับมาทางเดิม ออกมาแล้วยังนึกในใจ นี่ถ้าคนถือตะเกียงลื่นล้มจะออก มาได้ยังไง อาจเกิดเป็นข่าวควายป่าติดถ้ำ 55
เขียนโดย นพ.จตุชัย มณีรัตน์
ติดตามบทความอื่นๆ ได้ที่ https://w2.med.cmu.ac.th/suandok-variety/