เข้าพรรษาที่เมืองพะยาว

ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีวันหยุดยาว 4 วัน (4-7 ก.ค. 63) เลยวางแผนท่องเที่ยว โดยเลือกไปจังหวัดที่ไม่ไกลมาก เพราะจะได้ไม่เหนื่อยจากการขับรถ สุดท้ายลงเอยที่จังหวัดพะเยา แต่ด้วยภาระกิจที่มี กว่าจะได้เดินทางจริงก็เป็นตอนสายของวันอาทิตย์ ทริปนี้มีสมาชิก 3 คน ออกจากบ้านที่สันทรายน้อย ไปตามทางหลวงหมายเลข 118 เชียงใหม่-ดอยสะเก็ด แวะกินก๋วยเตี๋ยวมื้อเที่ยงที่ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ พิษณุโลก เลยสามแยกแม่ขะจานไปทางเชียงรายประมาณ 2 กิโลเมตร รสชาติอร่อยขึ้นชื่อใครผ่านมาผ่านไปแถวนั้น แนะนำว่าไม่ควรพลาด

จากนั้นถือโอกาสแวะทำธุระที่อำเภอวังเหนือ เสร็จแล้วจึงเดินทางไปพะเยา
จุดแรกที่แวะก่อนถึงตัวเมืองพะเยาคือ ไร่ภูกลองฮิลล์ ซึ่งพัฒนามาจากสวนยางพารา กลายมาเป็นรีสอร์ท สวนน้ำและศูนย์อาหารแบบครบวงจร สถานที่กว้างขวาง ตกแต่งสวยงาม ฟ้าเปิด ถ่ายรูปได้สวยงาม แต่อากาศร้อนจนเหงื่อโชก จนต้องพักคลายร้อนที่ร้านอาหารของโครงการ ดื่มนมองุ่นเย็นๆ รสชาติผสมผสานกันอย่างพอเหมาะ หลังจากคลายร้อน ก็แวะช้อปปิ้งที่ร้านผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา แต่งแต้มสีธรรมชาติ “ชวาวาด” ไว้ให้สวยงาม

อากาศช่วงบ่ายยังค่อนข้างร้อน เลยแวะเข้าที่พักก่อน ซึ่งจองไว้ที่กว๊านพะเยาวิลล่า พอแดดร่มก็ได้เวลาไปเยือนวัดห้วยผาเกี๋ยง-ผาธรรมนิมิต เป็นอีกจุดที่แนะนำว่าไม่ควรพลาด เนื่องจากมีอุทยานพุทธศิลป์ ซึ่งมีการสร้างพระพุทธรูปแกะสลักติดหน้าผาหินเป็นแนวยาว หากใครมีจิตศรัทธาอยากร่วมทำบุญ ก็สามารถติดต่อได้โดยตรงที่พระภิกษุบรรเลง สุมโน เจ้าอาวาส
ช่วงเย็นก่อนเวลาอาหารพากันไปเดินเล่นแถวริมกว๊านพะเยา ดูวิถีชีวิตริมกว๊าน ชมบรรยากาศร้านรวงต่างๆและตลาดนัด

มื้อเย็นวันแรกฝากท้องไว้ที่ so good ร้านอาหารริมกว๊านบรรยากาศดี ดนตรีไพเราะ อาหารอร่อย แนะนำให้ไปก่อนมืด เพื่อจะได้ทันเก็บภาพพระอาทิตย์ตกที่กว๊านพะเยา แต่บังเอิญวันที่ไปมีเมฆมาก จึงได้แต่เก็บภาพบรรยากาศทั่วๆไป หลังอาหารเย็นก็พากันมาเดินเล่นริมกว๊านอีกรอบ โชคดีที่ fin market มาเปิดบริการช่วงวันหยุดยาวพอดี เลยได้โอกาสอุดหนุนอาหารกินเล่นเล็กๆน้อยๆ อากาศตอนค่ำกำลังสบาย คลายร้อนเรียบร้อยแล้ว

เช้าวันถัดมาเป็นวันเข้าพรรษา พากันออกไปเดินเล่นริมกว๊าน อากาศเย็นสบาย บรรยากาศเหมือนเดินอยู่ชายหาด มีผู้คนมาวิ่งออกกำลังกายและนั่งตกปลาริมกว๊านกันพอสมควร บริเวณใกล้ท่าเรือมีแม่ค้าขายหมูทอด กุ้งทอด ข้าวเหนียว น้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ เลยแวะซื้อไปนั่งกินที่ชั้นล่างของที่พัก ซึ่งก็มีอาหารเช้าคือโจ๊ก ขนมปัง กาแฟและโอวัลตินไว้คอยบริการด้วย

พอสายหน่อยก็เริ่มออกเดินทางตามโปรแกรม “เข้าพรรษา เข้าวัดเข้าวา หาความสงบ” วัดแรกที่แวะคือ วัดพระธาตุขิงแกง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญของอำเภอจุน มีองค์พระธาตุบรรจุพระเกศาธาตุและพระธาตุกระดูกเท้าข้างขวาขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า วัดนี้เงียบสงบมากและน่าจะมีกลุ่มของเราเป็นนักท่องเที่ยวเพียงกลุ่มเดียว

จากนั้นก็แวะไปเยี่ยมชมด้านหน้าของโครงการ Siam Mountain Pony ซึ่งปัจจุบันได้ปิดให้บริการแล้ว แต่ยังเหลือสถานที่ไว้ให้เก็บภาพเพื่อเป็นที่ระลึกได้ เนื่องจากประตูทางเข้ายังเปิดอยู่ จึงถือโอกาสเข้าเยี่ยมชมโดยไม่ได้ขออนุญาต จินตนาการได้ถึงความตั้งใจจริงของผู้ดำเนินการ ณ ตอนนั้น เพียงแต่อาจจะอยู่ผิดที่ผิดเวลา จึงทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ

ออกจากสนามม้าแคระ ก็แวะไปหาความสงบอีก 2 วัด แต่คราวนี้ความเงียบลดลง เพราะมีนักท่องเที่ยวมากขึ้นอย่างชัดเจนได้แก่
1. วัดนันตาราม มีจุดเด่นคือ วิหารศิลปะแบบไทใหญ่ สร้างจากไม้สักทั้งหลัง หลังคาหน้าจั่วยกเป็นชั้น ลดหลั่นกันสวยงาม มุงด้วยแป้นเกล็ด เพดานประดับประดาด้วยกระจกสีลวดลายสวยงามไม่ซ้ำกัน เสาทั้ง 68 ต้นลงรักปิดทอง นอกจากนี้ ยังมีการตั้งแสดงข้าวของเครื่องใช้และวัตถุโบราณให้เยี่ยมชมอีกด้วย โดยนักท่องเที่ยวสามารถเรียกใช้บริการจากมัคคุเทศก์น้อยที่รออยู่บริเวณทางเข้าได้

2. วัดพระนั่งดิน เป็นวัดที่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านมากขึ้น องค์พระประธานของวัดนี้ ไม่มีฐานชุกชีรองรับเหมือนวัดอื่น จึงเรียกว่า พระนั่งดิน ภายในวัดยังมีพระเจดีย์ศรีเวียงชัยพุทธรสะที่สวยงามอีกด้วย

หลังจากเข้าวัดเข้าวาหาความสงบแล้ว ก็ถึงเวลาพักผ่อนที่ภูลังกา-ผาช้างน้อย เป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งมีที่พักลัดเลาะไปตามเนินเขา ทำให้มองเห็นผาช้างน้อยได้ชัดเจน เหมาะสำหรับชมหมอกยามเช้า แต่ตอนบ่ายที่ไปถึงอากาศร้อนมาก จนต้องนอนรอในที่พัก ช่วงเย็นอากาศคลายร้อน จึงออกไปเดินเล่นเที่ยวชมสถานที่ เสียดายที่ร้านกาแฟชื่อดัง “Magic Mountain Cafe” ปิดให้บริการตั้งแต่ห้าโมงเย็น เพื่อให้บริการเฉพาะแขกที่เข้าพักในรีสอร์ท ซึ่งมีจำนวนเพียง 2 หลังและถูกจองเต็มไปจนถึงสิ้นปีแล้ว จึงได้แต่เก็บภาพบรรยากาศด้านหน้าเท่านั้น

มื้อเย็นวันนี้ฝากท้องไว้กับอาหารตามสั่งของรีสอร์ท ซึ่งรสชาติอร่อยและให้ปริมาณสมราคา กินข้าวเสร็จก็ต้องรีบกลับที่พัก เนื่องจากฝนเริ่มตั้งเค้ามาแต่ไกล มองเห็นฝนตกอยู่ที่เทือกเขาลิบๆ เดินถึงที่พักฝนก็ตกพอดี หลังจากนั้นก็ตกตลอดคืน ซึ่งถือว่าโชคดีมาก เพราะห้องพักเป็นห้องพัดลม มีพัดลมขนาดเล็กติดผนังอยู่เพียงตัวเดียว ยังนึกอยู่ว่ากลางคืนจะนอนหลับหรือเปล่า

เช้าวันรุ่งขึ้น ตื่นแต่เช้ามืด มองผ่านหน้าต่างออกไป เห็นหมอกอยู่บนยอดภู ยังไม่ลงมาแถวหุบเขา พอสายมาอีกนิด  หมอกหนาตัวขึ้นมาก จนมองไม่เห็นภูเขาหรือผาช้างน้อยเลย รวมทั้งมีหมอกอยู่แถวบริเวณรอบๆ ที่พักด้วย หมอกมีอยู่จนสาย แต่จะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ มีหนาตัวมาเป็นพักๆ จนกระทั่งหลังกินอาหารเช้าเสร็จ ก็ยังมีหมอกให้ถ่ายภาพได้สวยงาม น่าจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากที่ตอนกลางคืนมีฝนตก

สายหน่อยก็ออกเดินทางกลับ ระหว่างทางแวะเยี่ยมชมศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า ลืมนึกไปว่าปัจจุบันนี้ โครงการหลวงต่างๆ ปิดไม่ให้เข้าเยี่ยมชมเพื่อการท่องเที่ยวแล้ว จึงได้แต่ถ่ายรูปบริเวณด้านหน้าโครงการแล้วก็กลับ ตามโปรแกรมยังมีจุดให้แวะเที่ยวอีก 2 แห่ง แต่ตัดออก เพื่อให้กลับถึงบ้านเร็วขึ้น เนื่องจากวันรุ่งขึ้นต้องทำงาน

ระหว่างทางแวะฝากท้องกับร้านอาหารใหม่ “ปลายนาเวียงกาหลง” ตกแต่งร้านได้สวยงาม อาหารปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่และรสชาติดี บรรยากาศโดยรอบเป็นไร่นาสวนผสม เหมาะสำหรับเดินเล่นหลังอาหาร มีห่านฝูงใหญ่และควายอีก 3 ตัวให้ถ่ายรูปด้วย

หลังจากเก็บภาพจนพอใจ ประกอบกับเห็นฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล ก็ได้เวลาเดินทางกลับ จบทริปสั้น 2 วันครึ่ง 2 คืนแบบชิลๆ แต่เพียงเท่านี้

เขียนโดย อาจารย์ชุม

ติดตามบทความอื่นๆ ได้ที่ https://w2.med.cmu.ac.th/suandok-variety/