วัดจีนในเมืองพร้าว

คืนที่แล้วฝนตกหนักประมาณเที่ยงคืนต้องเดินออกมาดูสระปลาเกรงว่าน้ำฝนจะไหลลงสระและแอบมาดูกำปั่นที่กำลังนอนหลับอย่างมีความสุข กว่าจะข่มหลับตาลงได้ก็ตี 1 กว่าๆ
เช้าวันนี้ปลุกกำปั่น และแจ้งบอกว่าต้องไปทำงานต่างอำเภอ ออกจากบ้านประมาณ 06:30 น. เพื่อให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพร้าวมารับที่ ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน จากการสอบถาม ว่าต้องเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ไปช่วยงานโรงพยาบาลพร้าวโดยคำเชิญ ของหัวหน้าห้องฉุกเฉิน คุณเรณู ที่ สัญญาว่าจะไปช่วยงานแต่ต้องเลื่อนออกมาเนื่องจาก สถานการณ์ covid ระบาด
เจ้าหน้าที่ที่มารับ ชื่อคุณโรจน์ บอกว่า ยังมีเวลา ในการเดินทางไปอำเภอพร้าว ปกติจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมงแล้วแต่การจราจรติดขัด เลยต้องแวะทานอาหารเช้าที่ตลาดสันทรายและรีบตรงดิ่ง ไปที่อำเภอพร้าว
คุณโรจน์ถามว่า “อาจารย์ต้องการจะแวะที่ไหนหรือเปล่าครับ?” (ขอประทานอภัยหากได้ไปทำงานข้างนอกจะ มีศักดิ์และศรี ถูกเรียกว่า…อาจารย์ เชียวนะ แต่เวลาทำงานในโรงพยาบาล เขาจะเรียกผมว่านายนั้น นายนี้”
เคยอ่านข่าวเรื่องวัดจีนในอำเภอพร้าว เลยบอกว่าหากพอมีเวลาอยากแวะถ่ายรูปที่วัดจีนซึ่งคุณโรจน์บอกว่า คือมหาวิหารจีนวัดห้วยบง ตำบลเขื่อนผาก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหากจะอ่านประวัติ…วัดนี้ถูกก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2470 และได้รับ พระราชทานแก่สงฆ์เพื่อใช้เป็นที่สร้างพระอุโบสถ ซึ่งมีศัพท์เรียกว่า”วิสุงคามสีมา” ในปี พ.ศ. 2547 วัดนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงหากขับรถผ่านเข้าไปแยกออกจากเส้นทางหลักจะผ่านบ้านเดินชาวบ้านและทุ่งนาเขียวขจี มองไปไกลๆจะเห็นมหาวิหารจีนตั้งตระหง่าน สีแดง เหลือง เขียว งดงามมากตัดกับสีท้องนาที่เป็นสีเขียว การเดินทางไปง่ายมากจะมีป้ายบอกตลอดเส้นทางจนถึงวัด รับรองไม่หลงทาง

ทางไปวัด จะมองเห็นมหาวิหารไกลๆ บรรยากาศดีมาก ๆสายลมอ่อน ๆ บางเบา รวมกับหอมต้นข้าวจาง ๆ

มหาวิหารจีน วัดห้วยบง สวมงามตามคำร่ำลือ ใครไม่ไป จะ..เสียดายมาก โดยเฉพาะหน้าฝน ควรต้องไป

นำรถไปจอด เดินเข้าไปในวัดจะเจอป้าผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ทำความสะอาดภายในวัดจะมีนักท่องเที่ยวอยู่ 2 คนคือตัวผมและคุณโรจน์รีบเดินเข้าไปในวัดจะมีศิลปะแบบจีนที่มีขนาดใหญ่ ภายในและภายนอกวิหารมีพระพุทธรูปต่างๆ มีรูปปั้นสิงโตใหญ่คู่อยู่หน้าวิหาร นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัดจีนได้แก่พระศรีอริยเมตไตรย พระโพธิสัตว์เหล่าเทพและเซียนรวมถึงเจ้าแม่กวนอิม และพระพรหม ได้ขอพรให้ตัวเองและคนที่เรารัก คนรู้จัก ได้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์
ทราบข่าวอย่างไม่เป็นทางการว่าสิงโตหินที่ตั้งอยู่นี้อยู่นี้ตัวละ 3 ล้านบาท เลยคิดในใจว่าหากถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 6 ล้านบาทเราจะซื้อสิงโตได้ 2 ตัว… เดินตามทางบันไดและ ไหว้พระพรหม และออกมาด้านนอกจะเป็น เสามังกร ขนาดใหญ่ ซึ่งบอกว่าต้องใช้รถเครนขนาดใหญ่บรรทุกมาเพื่อนำมาประดิษฐานที่วัดนี้ ซึ่งประเมินแล้วเสามังกรนี้น่าจะมีน้ำหนักมาก ถึงมากที่สุด แต่ก็ไม่พ้นความสามารถของมนุษย์

แวะกราบพระพิฆเนศ เพื่่อความรุ่งเรืองด้านศิลปะของชีวิต

อลังการมาก เหมือนกับเคยดูหนังมังกรหยก เสี้ยวลิ่มยี่ อะไรประมาณนี้ อ้อ คิดถึงวัดเส้นหลินด้วย

แวะกราบนมัสการพระพรหม ให้โชคดีในชีวิต

พระโพธิสัตว์กวนอิม สีทอง ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าที่แจ่มใสมาก

สิงโต หิน ได้ข่าวว่าตัวละ 3 ล้านบาท (เท็จจริงต้องไปสอบถามอีกทีครับ แต่อลังการมาก ๆ )

โลกทั้งใบให้นายคนเดียว ขอบคุณโอกาสดี ๆ ที่มีต่อชีวิตน้อย ๆ โดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

ด้านหลังคือพระพรหม ที่ขอพรเรียบร้อยแล้ว วัดสะอาดสะอ้านมาก น่าเดินเที่ยวที่สุด

เสามังกร ที่ยิ่งใหญ่ อลังการ สมคำร่ำลือ

เวลามีน้อยรีบขึ้นรถเพื่อมายังโรงพยาบาลพร้าวจนเสร็จสิ้นการทำงานเวลาตอนเย็นและช่วงกลับได้แวะที่วัดดอยแม่ปั๋งเพื่อกราบนมัสการรูปหล่อหลวงปู่แหวนสุจิณโณก่อนกลับถึงบ้านเกือบ 19:00 น โดยมีคุณชายปั่นมายืนรอต้อนรับอยู่ที่ประตูรั้ว ด้วยความยินดี
จัดการอาหารเย็นคุณชายปั่นได้ฉีดยาปฏิชีวนะเข้าบริเวณสีข้าง 1 เข็ม และพาคุณชายเข้านอน ส่วนตัวเองได้ออกมาเต้นแอโรบิคเกือบ 1 ชั่วโมงจนได้เหงื่อแล้วกลับมาจัดการธุระส่วนตัว

ก่อนกลับเชียงใหม่ แวะกราบนมัสการรูปหล่อหลวงปุ่แหวนสุจิณโณ ด้วยความเคารพยิ่ง

อำเภอพร้าว มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย โดยเฉพาะธรรมชาติ ที่น่าขับรถ ไปเที่ยวอย่างยิ่ง อาหารก็อร่อย รสชาติดีและไม่แพง ช่วงนี้ต้องรณรงค์การเที่ยวทั่วไทยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้พอไปได้ ว่าง ๆ อย่าลืมไปเที่ยวอำเภอพร้าวนะครับ
เขียนโดย สีไท
ติดตามบทความอื่นๆ ได้ที่ https://w2.med.cmu.ac.th/suandok-variety/