การบริจาคเกล็ดเลือด

         เกล็ดเลือด (Platelet) เป็นชิ้นส่วนหนึ่งของเม็ดเลือดขาวชนิด Megakaryocyte ที่แตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ มีบทบาทสำคัญในกระบวนการห้ามเลือด (Hemostasis) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้เลือดหยุดไหลเมื่อเกิดบาดแผล โดยปกติเกล็ดเลือดเมื่อถูกเจาะออกมานอกร่างกายแล้วจะมีอายุเพียง 7 วันเท่านั้น

          ในร่างกายเราจะมีเกล็ดเลือดประมาณ 140,000 – 400,000 ตัวต่อเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร หากร่างกายมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia) จะทำให้เลือดออกง่ายกว่าปกติ พบจุดเลือดออกหรือรอยช้ำตามร่างกาย โดยมีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ดังนี้
          1. ร่างกายมีการสร้างเกล็ดเลือดที่น้อยลง เช่น โรคไขกระดูกฝ่อ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว การได้รับการรักษาด้วยรังสี หรือเคมีบำบัด
          2. ร่างกายมีการทำลายเกล็ดเลือดที่มากขึ้น เช่น โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง โรคติดเชื้อบางชนิด
          3. การกระจายตัวของเกล็ดเลือดที่ผิดปกติ

เกล็ดเลือดนอกจากใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะเกล็ดเลือดตํ่าแล้ว ยังใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดออกไม่หยุดจากการประสบอุบัติเหตุ หรือการผ่าตัดใหญ่

การบริจาคเกล็ดเลือด (Plateletpheresis)

 

          ผู้บริจาคจะถูกเจาะเลือดจากแขนข้างหนึ่งผ่านเข้าเครื่องแยกส่วนประกอบของเลือดอัตโนมัติ ที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (Blood cell separater) เพื่อแยกเกล็ดเลือดออกจากส่วนประกอบของเลือดอื่นๆ เมื่อได้เกล็ดเลือดแล้ว ส่วนประกอบอื่นๆจะถูกคืนกลับเข้าสู่ร่างกาย ระยะเวลาในการบริจาคใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยปริมาณเกล็ดเลือดที่ได้จะมีปริมาณมากกว่าการบริจาคโลหิตทั่วไปถึง 8-16 เท่า

คุณสมบัติของผู้บริจาคเกล็ดเลือด

 

เพศชาย

ไม่รับเพศหญิง เนื่องจากเพศหญิงมีปัจจัยด้านระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ผู้ป่วยเกิดปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์จากการเติมเกล็ดเลือดได้

 

 

อายุ 18-60 ปี

กรณีบริจาคเกล็ดเลือดครั้งแรก อายุต้องไม่เกิน 50 ปี

 

 

น้ำหนัก 55 กิโลกรัมขึ้นไป

 

 

มีปริมาณเกล็ดเลือดไม่น้อยกว่า 250,000 ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร

 

 

คุณสมบัติอื่นๆ

– เป็นผู้ที่เคยบริจาคโลหิตมาอย่างสม่ำเสมอ

– มีประวัติบริจาคโลหิตอย่างน้อย 1 ครั้งที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ภายใน 12 เดือน

– มีเส้นเลือดบริเวณข้อพับแขนขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นได้ชัดเจน

 

ข้อแนะนำสำหรับผู้บริจาคเกล็ดเลือด

 

– ไม่ทานยาแก้ปวดแอสไพริน ยาแก้ปวดข้อ ยาแก้อักเสบ ในระยะเวลา 48 ชั่วโมงก่อนมาบริจาค

– ไม่ทานขมิ้นชัน และน้ำมันปลา ในระยะเวลา 72 ชั่วโมงก่อนมาบริจาค

– งดรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงมาก่อนบริจาค อาทิ ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู อาหารที่ปรุงด้วยการทอด ผัด และอาหารที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ

– งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชาและกาแฟ ก่อนมาบริจาค

– การบริจาคเกล็ดเลือดใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้บริจาคควรทำภารกิจส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อนบริจาค

– สามารถบริจาคเกล็ดเลือด หรือบริจาคโลหิตได้อีกครั้ง เมื่อครบ 1 เดือน

 

สนใจบริจาคเกล็ดเลือด

 

– กรณีที่เคยบริจาคโลหิตที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่มาภายใน 12 เดือน

สามารถติดต่อห้องรับบริจาคเกล็ดเลือด เพื่อทำการเจาะตรวจดูปริมาณเกล็ดเลือด หากผ่านเกณฑ์ จึงจะสามารถนัดคิวบริจาคเกล็ดเลือดได้

– กรณีที่เคยบริจาคโลหิตที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่มาเกิน 12 เดือน หรือไม่เคยบริจาคโลหิตที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่มาก่อน

ต้องบริจาคโลหิตอีกอย่างน้อย 1 ครั้ง ขณะบริจาคสามารถแจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจดูปริมาณเกล็ดเลือด หากผ่านเกณฑ์ จึงจะสามารถนัดคิวบริจาคเกล็ดเลือดในครั้งถัดไป

 

ห้องรับบริจาคเกล็ดเลือด (Apheresis)

 

 

เปิดทำการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด เวลา 8.30 – 12.00 น. และ 13.00 – 16.00 น.

 

รับผู้บริจาคที่นัดคิวแล้วเท่านั้น วันละ 2 ช่วงเวลา ช่วงเช้า เวลา 8.30 น. และช่วงบ่าย เวลา 13.00 น.